
หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเปิดร้านอาหารหรือเบเกอรี่คือ "ควรเลือกตู้แช่สเตนเลสแบบไหนดี?"
ระหว่างแบบแนวตั้ง (Upright Chiller) ที่ดูจุได้เยอะ หรือแบบแนวนอน (Underbench Chiller) ที่ดูอเนกประสงค์
ความจริงแล้ว ทั้งสองประเภทถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน
การเลือกผิดอาจส่งผลต่อทั้ง Workflow (กระบวนการทำงาน) และ Operating Cost (ค่าไฟ) ในระยะยาว
มาวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียผ่าน 3 ปัจจัยหลัก เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
ปัจจัยแรกที่คุณต้องพิจารณาคือ "ตารางเมตร" ของห้องครัว
ตู้แช่แนวตั้ง (Upright): เน้นการใช้พื้นที่ในแนวสูง (Vertical Space)
เหมาะสำหรับ: ร้านที่มีพื้นที่ครัวจำกัดแต่อยากเก็บวัตถุดิบปริมาณมาก
ตัวอย่าง: หากคุณทำร้านอาหารในคอนโดหรืออาคารพาณิชย์ที่มีพื้นที่ปรุงอาหารแคบ
ตู้แนวตั้งจะช่วยให้คุณเก็บวัตถุดิบทั้งหมดได้ในจุดเดียวโดยไม่กินพื้นที่เดิน
ตู้แช่แนวนอน (Counter/Underbench): เน้นการใช้งานแบบ Multi-function
เหมาะสำหรับ: ร้านที่ต้องการพื้นที่เตรียมอาหาร (Prep Station) เพิ่มขึ้น
ตัวอย่าง: ในร้านขาย "สลัด" หรือ "แซนด์วิช" เชฟสามารถใช้พื้นที่ด้านบนเคาน์เตอร์ในการหั่นผักและประกอบอาหารได้ทันที
โดยที่วัตถุดิบสำรองยังอยู่ข้างใต้ ช่วยประหยัดเวลาและพื้นที่ในการวางโต๊ะแยกต่างหาก
ลักษณะการหยิบใช้งานมีผลต่อความเร็วใน "ช่วงเวลาเร่งด่วน" (Rush Hour)
ตู้แช่แนวตั้ง: มักมาพร้อมชั้นวางที่ปรับระดับได้หลายชั้น ช่วยให้แยกประเภทวัตถุดิบได้ชัดเจนในระดับสายตา
ข้อดี: หยิบใช้สินค้าที่เป็นกล่อง หรือแพ็คเกจจิ้งได้สะดวก ไม่ต้องก้ม
ตัวอย่าง: ร้านเบเกอรี่ที่ต้องเก็บ "เค้กเป็นก้อน" จำนวนมาก ตู้แนวตั้งจะช่วยให้มองเห็นและหยิบเค้กออกไปโชว์ได้โดยไม่กระทบชิ้นอื่น
ตู้แช่แนวนอน: มีความลึกและความกว้างที่มากกว่า เหมาะสำหรับการสต็อกวัตถุดิบปริมาณมากในแต่ละประเภท
ข้อดี: สามารถเก็บถาดขนาดใหญ่ (Gastronorm Pan) ได้ง่าย
ตัวอย่าง: ร้านสเต็กที่ต้องสต็อก "เนื้อส่วนต่างๆ" ในปริมาณมาก การใส่ในลิ้นชักตู้แช่แนวนอนจะช่วยให้จัดระเบียบและดึงออกมาใช้งานได้รวดเร็วตามลำดับ FIFO
ในเชิงวิศวกรรมความเย็น ทั้งสองแบบมีการสูญเสียพลังงานที่ต่างกัน
ตู้แช่แนวตั้ง: เมื่อเปิดประตู ความเย็น (ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าอากาศร้อน)
มักจะไหลพุ่งออกมาจากทางด้านล่างได้ง่ายกว่า ส่งผลให้อุณหภูมิแกว่งได้ง่ายหากเปิดทิ้งไว้นาน
ตู้แช่แนวนอน: โดยเฉพาะแบบที่เป็น "ลิ้นชัก" จะเก็บกักความเย็นได้ดีกว่า เพราะลมเย็นจะยังคงตัวอยู่ด้านล่างไม่ไหลออกไปทั้งหมดขณะเปิดใช้งาน
ตัวอย่าง: หากร้านของคุณมีการเปิดตู้แช่บ่อยมาก (High frequency) ตู้แช่แนวนอนระบบดิจิทัลจะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าในระยะยาว
เพราะเครื่องไม่ต้องทำงานหนักเพื่อทำความเย็นใหม่บ่อยๆ
| ปัจจัยที่ต้องพิจารณา | เลือกแบบแนวตั้ง (Upright) | เลือกแบบแนวนอน (Counter) |
| พื้นที่ครัว | พื้นที่น้อย เน้นแนวสูง | พื้นที่กว้าง ต้องการพื้นที่โต๊ะเพิ่ม |
| ลักษณะการใช้งาน | เน้นจัดเก็บวัตถุดิบจำนวนมาก | เน้นเตรียมอาหารและหยิบใช้บ่อย |
| ความสะดวก | หยิบง่ายในระดับสายตา ไม่ต้องก้ม | ต้องก้มหยิบ แต่ได้พื้นที่วางของด้านบน |
| งบประมาณ | มักมีราคาต่อความจุ (Litre) ที่คุ้มกว่า | ราคาสูงกว่าเนื่องจากโครงสร้างรับน้ำหนักได้ |
ตู้แช่เย็นเคาท์เตอร์สเตนเลส ความลึก 60 ซม. เกรด304 "SANDEN" 11.3 คิว INVERTER [SCR3-1806-Ai]
ตู้แช่แข็งแนวตั้งสเตนเลสเกรด 201 18.7 คิว [SRF-0612]
หากต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านตู้แช่เย็น ตู้แช่แข็ง แบรนด์คุณภาพ 𝐒𝐀𝐍𝐃𝐄𝐍 ที่ 𝐎𝐒𝐂 𝐂𝐨𝐨𝐥𝐢𝐧𝐠 พร้อมให้บริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทักแอดมินได้เลย
: 061 414 8866
Facebook : OSC.cooling
Line@ : @osccooling
: https://shorturl.at/ilENT