.jpg)

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร หรือมินิมาร์ท "ตู้แช่เย็นเชิงพาณิชย์" ถือเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ค่าไฟฟ้าจากตู้แช่จึงกลายเป็นหนึ่งใน "ต้นทุนคงที่" (Fixed Cost) ก้อนใหญ่ที่สุดของร้าน
ในการเลือกซื้อตู้แช่เย็น เรามักจะเห็นสัญลักษณ์การันตีการประหยัดพลังงานหลักๆ อยู่ 2 แบบ นั่นคือ "ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5" ของประเทศไทย และ "ฉลาก Energy Star" ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
สรุปแล้วฉลากทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร? และควรดูอย่างไรเพื่อคำนวณจุดคุ้มทุน (ROI) วันนี้เราสรุปมาให้ครบจบในที่เดียว
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (โดย กฟผ. หรือ EGAT) คือมาตรฐานที่ผู้ประกอบการไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี และเป็นตัวช่วยในการประเมินต้นทุนได้แม่นยำที่สุด
ดูจุดไหนสำคัญสุด? ให้สังเกตที่ช่อง "ค่าไฟฟ้า (บาท/ปี)" และ "หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (หน่วย/ปี)"
คำนวณจุดคุ้มทุน (ROI) ได้ง่าย: ตัวเลขค่าไฟต่อปีบนฉลาก จะช่วยให้ผู้ประกอบการเปรียบเทียบตู้แช่ 2 รุ่นที่มีราคาค่าเครื่องต่างกันได้อย่างชัดเจน เช่น ตู้แช่รุ่น A ราคาแพงกว่ารุ่น B อยู่ 3,000 บาท แต่ประหยัดค่าไฟได้ปีละ 1,500 บาท เท่ากับว่าใช้งานเพียง 2 ปีก็คืนทุนส่วนต่างราคาเครื่องแล้ว
Energy Star เป็นสัญลักษณ์มาตรฐานการประหยัดพลังงานที่ได้รับการยอมรับระดับโลก (กำเนิดจากองค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา - EPA)
มาตรฐานสุดเข้มงวด: ตู้แช่เชิงพาณิชย์ที่จะได้การรับรอง Energy Star จะต้องใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นมาตรฐานทั่วไปในท้องตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
เบื้องหลังเทคโนโลยี: ตู้แช่ที่ได้ Energy Star มักจะใช้องค์ประกอบเกรดพรีเมียม เช่น
คอมเพรสเซอร์ประสิทธิภาพสูง (Inverter / High-Efficiency Compressor)
ฉนวนกันความร้อน (Insulation) ที่หนาแน่นกว่าปกติ ช่วยกักเก็บความเย็นได้ดี
หลอดไฟ LED และมอเตอร์พัดลมกินไฟต่ำ ช่วยลดการแผ่ความร้อนภายในตู้
แม้ว่าตู้แช่จะผ่านการรับรองฉลากประหยัดไฟ แต่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจปัจจัยเรื่อง "สภาพแวดล้อม" เพิ่มเติม:
อุณหภูมิและความชื้น: เนื่องจากมาตรฐาน Energy Star มักทดสอบในห้องแล็บที่ควบคุมอุณหภูมิสากล แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงในร้านค้าหรือครัวไทยที่มี อากาศร้อนชื้นสูง ตัวเลขการกินไฟจริงอาจสูงกว่าที่ระบุไว้ในสเปกเล็กน้อย
ตำแหน่งการติดตั้ง: หากวางตู้แช่ในจุดที่อับลม หรือโดนแสงแดดโดยตรง คอมเพรสเซอร์จะต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้กินไฟมากกว่าตัวเลขบนฉลากได้เช่นกัน
หากคุณกำลังลังเลว่าจะเลือกตู้แช่เย็นรุ่นไหนดี ให้ใช้หลักการพิจารณาดังนี้:
หากเจอคู่เทียบที่มีทั้งสองฉลาก: ให้ยึด ฉลากเบอร์ 5 เป็นหลัก ในการคำนวณต้นทุนค่าไฟรายเดือน เพราะคำนวณโดยอิงจากอัตราค่าไฟและโครงสร้างการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยโดยเฉพาะ
หากเป็นตู้แช่ประตูกระจก (Glass Door Merchandiser): ตัวฉลาก Energy Star จะเป็นตัวช่วยการันตีที่ดีมาก เพราะตู้แช่กระจกมักสูญเสียความความเย็นผ่านทางบานกระจกได้ง่าย การได้ Energy Star หมายความว่าระบบฉนวน กระจก และคอมเพรสเซอร์ของตู้นั้นได้รับการออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม
หากต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านตู้แช่เย็น ตู้แช่แข็ง แบรนด์คุณภาพ 𝐒𝐀𝐍𝐃𝐄𝐍 ที่ 𝐎𝐒𝐂 𝐂𝐨𝐨𝐥𝐢𝐧𝐠 พร้อมให้บริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทักแอดมินได้เลย
: 061 414 8866
Facebook : OSC.cooling
Line@ : @osccooling
: https://shorturl.at/ilENT